วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2553

ความผิดต่อเจ้าพนักงาน

ผู้ใดที่ดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่หรือเพราะได้กระทำตามหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองพันบาทหรือทั้งจำและทั้งปรับ และถ้าผู้ใดแจ้งข้อความเท็จแก่เจ้าพนักงาน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำและทั้งปรับ

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553

การหมั้น

สินสอด
เป็นทรัพย์สินที่ฝ่ายชายให้แก่บิดามารดา ผู้รับบุตรบุญธรรมหรือผู้ปกครองฝ่ายหญิง แล้วแต่กรณี เพื่อตอบแทนการที่หญิงยอมสมรสด้วย ถ้าไม่มีการสมรสโดยมีเหตุสำคัญอันเกิดแก่หญิง หรือโดยมีพฤติการณ์ซึ่งฝ่ายหญิงต้องรับผิดชอบ ตัวอย่างเช่น ฝ่ายหญิงนอกใจฝ่ายชาย ซึ่งจากตัวอย่างดังกล่าวทำให้ฝ่ายชายไม่สมควรหรือไม่อาจสมรสกับหญิงนั้นได้ ฝ่ายชายสามารถเรียกสินสอดคืนได้

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553

การหมั้น

ถ้าคู่หมั้นฝ่ายหนึ่งหรือฝ่ายใดตายก่อนสมรส อีกฝ่ายหหึ่งจะเรียกค่าทดแทนไม่ได้ ส่วนของหมั้นหรือสินสอดนั้นไม่ว่าชายหรือหญิงตาย หญิงหรือฝ่ายหญิงไม่ต้องคืนให้แก่ฝ่ายชาย

เงื่อนไขแห่งการสมรส

การสมรสกันในทางกฎหมายนั้น จะทำได้ก็ต่อเมื่อชายหรือหญิงมีอายุ17ปีบริบรุณ์แล้ว แต่งถ้าหากว่าศาลเห้นสมควรก็สามารถให้แต่งกันได้ และการสมรสจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าชายหรือหญิงเป็นผู้วิกลจริด หรือเป็นบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ และอีกกรณีหนึ่ง ชายหญิงซึ่งเป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมา หรือเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาจะทำการสมรสกันไม่ได้

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552

น่ารัก

Happy Birth Day

สิทธิการตาย "บุคคลมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตน หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยได้การดำเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กำหนดในกฎกระทรวงเมื่อผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขได้ปฏิบัติตามเจตนาของบุคคลตามวรรคหนึ่งแล้วมิให้ถือว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดและให้พ้นจากความรับผิดทั้งปวง"จะเห็นได้ว่ามาตรานี้ ทำให้เกิดสิทธิขึ้น 2 อย่างด้วยกัน คือสิทธิการตาย - เป็นเจตจำนงของผู้ป่วยเองโดยตรงที่จะตาย (อย่างมีศักดิ์ศรี)สิทธิที่จะฆ่า - ทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขเช่น แพทย์หรือพยาบาล สามารถละเว้นการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโดยไม่ผิดกฎหมาย"สิทธิที่จะฆ่า" ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการกระทำให้ผู้ป่วยตาย หากไม่มีการให้คำจำกัดความของคำว่า "วาระสุดท้ายของชีวิต" ให้รัดกุม อาจเกิดผลกระทบรุนแรงตามมาคือการฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาหรือโดยประมาทก็เป็นได้ผลดีที่เกิดกับผู้ป่วยและแพทย์จากการใช้มาตรานี้คือ ผู้ป่วยไม่ต้องกังวลว่าจะตกอยู่ในสภาพตายทั้งเป็น และลูกหลานก็ไม่ถูกครหาว่าเป็นคนอกตัญญู เพราะเป็นเจตจำนงของผู้ป่วยแต่เพียงผู้เดียว สำหรับแพทย์นั้นก็ไม่ต้องกังวลในการกระทำดังกล่าวว่าจะผิดกฎหมายแต่อย่างใดในเรื่องของ "สิทธิการตาย" ถ้าเป็นต่างประเทศก็คงจะไม่ค่อยแปลกนัก เนื่องจากเราเคยเห็นในภาพยนตร์ต่างประเทศ บ่อยครั้งที่ตัวละครเมื่อป่วยเป็นโรคร้ายและพอรู้ว่าตัวเองเป็นภาระของผู้อื่นก็มักจะยอมตาย หรือเป็นการยอมตายเพื่อยุติความเจ็บปวดทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบันโดยเฉพาะประเทศที่มีวิทยาการแพทย์และกฎหมายก้าวหน้าไปกว่าบ้านเรา จะมีแบบฟอร์มการรักษาพยาบาลซึ่งผู้ป่วยต้องกรอกไว้ เช่น เรื่องให้ความยินยอมรับการรักษาจากแพทย์ (Informed Consent) อีกทั้งยังต้องมีใบแสดงเจตจำนงที่ไม่ยอมรับการรักษาในกรณีที่ตกอยู่ในสภาพที่ป่วยเป็นโรคซึ่งหมดหนทางเยียวยาแล้ว หรือที่แพทย์เรียกกันว่า DNR (Do Not Resuscitate) ผู้ป่วยกรอกแบบฟอร์มไว้ล่วงหน้า ซึ่งในรายที่มีคำสั่ง DNR ไว้ แพทย์ต้องหยุดการกระทำที่จะเป็นการยื้อชีวิตทุกอย่าง มิฉะนั้นอาจตกเป็นจำเลยได้ เพราะต้องเคารพการตัดสินใจของผู้ป่วยที่มีไว้เป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้า หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ผู้ป่วยได้ทำพินัยกรรมก่อนตาย (Living Will) ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าขอใช้ "สิทธิการตาย" (อย่างสมศักดิ์ศรี) ตามที่กฎหมายรับรอง ห้ามแพทย์ละเมิดสิทธิ์นี้โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร

วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2552

บรรพ 3 เอกเทศสัญญา ลักษณะ 17 ประนีประนอม

มาตรา 850 อันว่าประนีประนอมยอมความนั้น คือสัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน
มาตรา 851 อันสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงรายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด หรือลายมือชื่อตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
มาตรา 852 ผลของสัญญาประนีประนอมนั้น ย่อมทำให้การเรียกร้องซึ่งแต่ละฝ่ายได้ยอมสละนั้นระงับสิ้นไป และทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิ์ที่แสดงในสัญญานั้นว่าเป็นของตน